Friday, December 24, 2010

เฟซบุ๊กใหม่"จำใบหน้าได้" ช่วยให้ง่ายหรือดาบสองคม

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก
ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อเฟซบุ๊ก (Facebook) เปิดตัวคุณสมบัติใหม่ที่ทำให้ระบบสามารถรับรู้ได้ว่า บุคคลในภาพเป็นใคร เฟซบุ๊กยืนยันเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ง่ายต่อการใช้งาน ขณะที่หลายฝ่ายชี้ว่านี่คือหายนะที่จะทำให้สมาชิกเฟซ บุ๊กทุกคนมีความเสี่ยง สูญเสียความเป็นส่วนตัว โดยแนะนำให้ผู้ใช้ปิดการทำงานคุณสมบัตินี้เพื่อความป ลอดภัย

ความสามารถของคุณสมบัติใหม่ในเฟซบุ๊กนี้เกิดจากการนำ เทคโนโลยี วิเคราะห์ใบหน้าหรือ facial recognition ที่นิยมใช้ในโปรแกรมแก้ไขภาพถ่ายเข้ามาประยุกต์ในส่ว นบริการ Facebook Photos ผลคือเมื่อผู้ใช้อัปโหลดภาพลงในเฟซบุ๊ก ระบบจะคาดเดาว่าบุคคลในภาพเป็นใครก่อนจะแสดงรายการแน ะนำชื่อของบุคคลที่ ควร"ติดป้าย"หรือแท็ก (tag) ในภาพมาให้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการแบ่งปันภาพในกลุ่มสมาชิก

เทคโนโลยีนี้ทำให้เฟซบุ๊กสามารถจัดกลุ่มภาพที่มีใบหน ้าบุคคลเดียว กัน ให้ผู้ใช้สามารถติดแท็กได้หลายภาพในครั้งเดียว จุดนี้เฟซบุ๊กยกตัวอย่างภาพถ่ายงานแต่งงานญาติพี่น้อ ง เทคโนโลยีนี้จะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องพิมพ์ชื่อเจ้าบ่าวเ จ้าสาวหรือผู้ร่วมงาน หลายครั้งตามจำนวนรูป เทคโนโลยีนี้จะทำให้การแท็กชุดรูปภาพทำได้ง่ายและรวด เร็วกว่าเดิม
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ลักษณะการทำงานของคุณสมบัติ "tag suggestions"
ทั้งหมดนี้ถูกเรียกรวมว่าเป็นคุณสมบัติ "tag suggestions" จุดนี้เฟซบุ๊กย้ำว่า ผู้กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวสามารถปิดความสามารถนี ้ได้โดยตั้งค่าในเมนู Privacy Settings ให้กดไม่เลือกความสามารถ 'Suggest photos of me to friends.' เมื่อตั้งค่าแล้วระบบจะไม่แนะนำชื่อของผู้ใช้รายนั้น แก่เพื่อนที่อัปโหลดรูป ซึ่งมีใบหน้าของผู้ใช้รายนั้นอยู่ แต่ผู้ใช้จะยังคงสามารถถูกติดแท็กได้ด้วยการเลือกชื่ อตามปกติ

คุณสมบัติจดจำใบหน้าของเฟซบุ๊กยังไม่เปิดให้ใช้งานใน ขณะนี้ แต่จะทยอยเปิดให้ใช้งานในพื้นที่สหรัฐฯก่อนในช่วงไม่ กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ปัจจุบัน รูปในระบบเฟซบุ๊กถูกติดแท็กวันละมากกว่า 100 ล้านรูป จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเฟซบุ๊กจะพัฒนาระบบติดแท็กให้ มีความอัจฉริยะยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าความเป็นส่วนตัวของ ผู้ใช้จะลดลงเพราะความ อัจฉริยะของระบบที่เกิดขึ้น โดยบางความเห็นระบุว่าความสามารถนี้อันตรายเกินไป และชุมชนออนไลน์ควรตื่นขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ภัยร้า ยเกิดขึ้นก่อนที่จะสาย เกินแก้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวลคือความสามาร ถนี้ทำให้ เฟซบุ๊กมีความสามารถในการรวบรวมและค้นหาข้อมูลของผู้ ใช้มากเกินไป เท่ากับผู้ประสงค์ร้ายจะสามารถค้นหาข้อมูลความสนใจ ความชอบ ความเห็นด้านการเมือง วิถีชีวิต และล่าสุดคือกิจกรรมของผู้ใช้ตามรูปภาพได้แบบครบเครื ่องจากเฟซบุ๊ก สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือความเสี่ยงในการถูกติดตามได้ง่า ย ซึ่งหลายเสียงมองว่าถือเป็นดาบ 2 คมที่ไม่คุ้มค่าหากจะแลกกับความสะดวกสบายในการแบ่งปั นรูป

นี่ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดเรื่องการปรับเปลี่ยน เพจของเฟซบุ๊ก เนื่องจากเฟซบุ๊กเพิ่งเปิดตัวหน้าประวัติหรือ profile ใหม่ที่ทำให้สมาชิกเฟซบุ๊กมากกว่า 500 ล้านคนทั่วโลกสามารถแสดงตัวตนอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยดึงข้อมูลส่วนตัวพร้อมรูปมาโชว์ในส่วนบนสุดของหน้ าแรก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงที่นำข้ อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ เฟซบุ๊กมาเปิดเผยมากเกินไป

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ระบบข้อความของเฟซบุ๊กนั้นถูกใช้งานเป็นประจำโดยผู้ใ ช้เฟซบุ๊กมากกว่า 350 ล้านคน (จากทั้งหมดมากกว่า 500 ล้านคน) สถิติการส่งข้อความคือ 4,000 ล้านข้อความต่อวัน โดยเฟซบุ๊กถูกคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างรายได้ในตลาดโ ฆษณาออนไลน์ถึง 1.3 พันล้านเหรียญทั่วโลกในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 665 ล้านเหรียญในปี 2009 ตามการวิจัยของ eMarketer

No comments:

Post a Comment